นายฐิติวงศ์ แทบทับ หรือ “แมน” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 โปรแกรมวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กับก้าวแรกของการเข้ามาสู่รั้วขาว-แดง และความรู้สึก ณ ช่วงเวลาที่ได้เห็นตราพระราชลัญจกรตั้งสูงสง่าอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย
ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มาศึกษาที่นี่ และอยากจะบอกเล่าประสบการณ์การเป็นนักศึกษาตลอดกว่า 4 ปี ที่ผ่านมา หากถามว่าช่วงใดที่ต้องปรับตัวมากที่สุด หลายคนคงนึกถึงสิ่งแรกที่ก้าวสู่มหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า “เฟรชชี่” เป็นช่วงที่นักเรียนจากต่างที่ต่างสถานศึกษามาพบประสบการณ์ใหม่ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการเรียนรู้ที่เข้มข้นมากขึ้น จึงควรทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและต้องพยายามปรับตัวให้เหมาะสม
การใช้เวลาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยมีอิสระกว่าการเรียนระดับมัธยมศึกษา มีชั่วโมงเรียนที่น้อยลง มีตารางเรียนไม่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และมีอิสระในการเลือกเรียนวิชาต่างๆ ซึ่งแต่ละวิชาจะมีเวลาเริ่มและเลิกเรียนไม่ตรงกัน ทำให้ในแต่ละวันนักศึกษาจะมีเวลาว่างจากการเรียนมาก เพราะฉะนั้น ผมเลือกวางแผนใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนอกตำราเรียน และ กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
การทำกิจกรรมในชั้นปีที่ 1 ผมได้ทำกิจกรรมมากมายที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น เริ่มจากเป็น “นักจัดรายการวิทยุ” มาตั้งแต่ปี 1-3 และเป็น “ทูตวัฒนธรรม” มาตั้งแต่ปี 1 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เปรียบเสมือนการเรียนรู้นอกตำรา เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิต เมื่อเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเริ่มลดน้อยลงแต่การเรียนจะเข้มข้นขึ้น จึงต้องใช้ความตั้งใจและความขยันหมั่นเพียรสูง กิจกรรมเวลาว่างต้องนำมาใช้ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และเมื่อเข้าสู่ปีกึ่งกลางของหลักสูตร คือชั้นปีที่ 3 การเรียนทวีความเข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิม ความเพียรพยายามและความอดทน เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชั้นปีนี้
ในปีปัจจุบันที่ผมกำลังศึกษาผมได้ทำหน้าที่เป็น “ยุวทูต ปปช.” และได้รับ “รางวัลผู้มีความประพฤติดี” ของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมแข่งขันอ่านฟังเสียงระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ผมและครอบครัว ผมทำไปพร้อมๆ กับการเรียนไปด้วย ซึ่งในแต่ละปีก็เป็นเสมือนการก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้น กว่าจะผ่านไปแต่ละขั้นนั้นไม่ง่ายเลย
การเลือกคบเพื่อนในระดับมหาวิทยาลัย มีอิทธิพลต่ออนาคตของเราโดยตรง เพราะเป็นวัยที่ต้องเตรียมพร้อมสู่ชีวิตการทำงานย่างก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ การเลือกคบเพื่อนจึงมีความสำคัญมาก หากคบเพื่อนไม่ดีก็จะได้รับอิทธิพลเชิงลบมาด้วย ในทางกลับกันหากเราคบเพื่อนที่ดีจะส่งผลเชิงบวกต่อชีวิตเรา การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ต้องสังเกตจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละคน เลือกคบเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือดูแลกัน ทำสิ่งที่ถูกต้องส่งเสริมกันและกัน ทั้งด้านการเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆ ทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง มหาวิทยาลัย และสังคม ซึ่งการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเราให้หันเหไปสู่ความสำเร็จ หรือดิ่งลงสู่ความล้มเหลวในอนาคต
ดังนั้น การรู้จักเลือกกระทำในสิ่งที่เหมาะสมในช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต นับเป็นประตูบานสำคัญที่จะก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในอนาคต อนาคตของเราจะเป็นเช่นไร ใครไม่อาจบอกได้ อยู่ที่ตัวเราเป็นคนกำหนดเอง.
July 26, 2026
July 20, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
“ฐิติวงศ์ แทบทับ” นักกิจกรรม มรภ.สงขลา ยึดหลัก เรียน รู้ มุ่งสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
นายฐิติวงศ์ แทบทับ หรือ “แมน” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 โปรแกรมวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กับก้าวแรกของการเข้ามาสู่รั้วขาว-แดง และความรู้สึก ณ ช่วงเวลาที่ได้เห็นตราพระราชลัญจกรตั้งสูงสง่าอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย
ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มาศึกษาที่นี่ และอยากจะบอกเล่าประสบการณ์การเป็นนักศึกษาตลอดกว่า 4 ปี ที่ผ่านมา หากถามว่าช่วงใดที่ต้องปรับตัวมากที่สุด หลายคนคงนึกถึงสิ่งแรกที่ก้าวสู่มหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า “เฟรชชี่” เป็นช่วงที่นักเรียนจากต่างที่ต่างสถานศึกษามาพบประสบการณ์ใหม่ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการเรียนรู้ที่เข้มข้นมากขึ้น จึงควรทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและต้องพยายามปรับตัวให้เหมาะสม
การใช้เวลาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยมีอิสระกว่าการเรียนระดับมัธยมศึกษา มีชั่วโมงเรียนที่น้อยลง มีตารางเรียนไม่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และมีอิสระในการเลือกเรียนวิชาต่างๆ ซึ่งแต่ละวิชาจะมีเวลาเริ่มและเลิกเรียนไม่ตรงกัน ทำให้ในแต่ละวันนักศึกษาจะมีเวลาว่างจากการเรียนมาก เพราะฉะนั้น ผมเลือกวางแผนใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนอกตำราเรียน และ กิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
การทำกิจกรรมในชั้นปีที่ 1 ผมได้ทำกิจกรรมมากมายที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น เริ่มจากเป็น “นักจัดรายการวิทยุ” มาตั้งแต่ปี 1-3 และเป็น “ทูตวัฒนธรรม” มาตั้งแต่ปี 1 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เปรียบเสมือนการเรียนรู้นอกตำรา เป็นการเรียนรู้การใช้ชีวิต
เมื่อเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเริ่มลดน้อยลงแต่การเรียนจะเข้มข้นขึ้น จึงต้องใช้ความตั้งใจและความขยันหมั่นเพียรสูง กิจกรรมเวลาว่างต้องนำมาใช้ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และเมื่อเข้าสู่ปีกึ่งกลางของหลักสูตร คือชั้นปีที่ 3 การเรียนทวีความเข้มข้นขึ้นมากกว่าเดิม ความเพียรพยายามและความอดทน เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชั้นปีนี้
ในปีปัจจุบันที่ผมกำลังศึกษาผมได้ทำหน้าที่เป็น “ยุวทูต ปปช.” และได้รับ “รางวัลผู้มีความประพฤติดี” ของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมแข่งขันอ่านฟังเสียงระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ผมและครอบครัว ผมทำไปพร้อมๆ กับการเรียนไปด้วย ซึ่งในแต่ละปีก็เป็นเสมือนการก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้น กว่าจะผ่านไปแต่ละขั้นนั้นไม่ง่ายเลย
การเลือกคบเพื่อนในระดับมหาวิทยาลัย มีอิทธิพลต่ออนาคตของเราโดยตรง เพราะเป็นวัยที่ต้องเตรียมพร้อมสู่ชีวิตการทำงานย่างก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ การเลือกคบเพื่อนจึงมีความสำคัญมาก หากคบเพื่อนไม่ดีก็จะได้รับอิทธิพลเชิงลบมาด้วย ในทางกลับกันหากเราคบเพื่อนที่ดีจะส่งผลเชิงบวกต่อชีวิตเรา การทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ต้องสังเกตจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละคน เลือกคบเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือดูแลกัน ทำสิ่งที่ถูกต้องส่งเสริมกันและกัน ทั้งด้านการเรียนและการทำกิจกรรมต่างๆ ทำสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง มหาวิทยาลัย และสังคม ซึ่งการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเราให้หันเหไปสู่ความสำเร็จ หรือดิ่งลงสู่ความล้มเหลวในอนาคต
ดังนั้น การรู้จักเลือกกระทำในสิ่งที่เหมาะสมในช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต นับเป็นประตูบานสำคัญที่จะก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในอนาคต อนาคตของเราจะเป็นเช่นไร ใครไม่อาจบอกได้ อยู่ที่ตัวเราเป็นคนกำหนดเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มรภ.สงขลา ร่วมอบรมยกระดับศักยภาพและพัฒนาสมรรถนะคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน
July 26, 2026
คณะศิลปกรรมฯ มรภ.สงขลา ร่วมเวที “Festival Theatre Antanusa” ประเทศมาเลเซีย ...
July 26, 2026
มรภ.สงขลา ยกทีมเยือน มรภ.ยะลา เข้าร่วมพิธีเปิด “งานเกษตรแฟร์แม่ลาน ครั้งที่ 3” ...
July 20, 2026
คณะวิทยาศาสตร์ฯ มรภ.สงขลา ลงพื้นที่พัฒนาเครือข่ายกลุ่มการปลูกหม่อน ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ หนุนใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลิตผลชุมชน ยกระดับกลุ่มวิสาหกิจ
July 20, 2026