มรภ.สงขลา สุดปลื้ม “มะเตาเฟต มูซอ” นักศึกษาสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์ฯ คว้ารางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม จากผลงาน “ผลของอุณหภูมิในการเก็บยางต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติทางกลของยางคอมพาวนด์หน้ายางของยางล้อ” ชี้ผลงานวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยางล้อหรือผลิตภัณฑ์ยางชนิดอื่น ๆ
นายมะเตาเฟต มูซอ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ที่มี ดร.วัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ เป็นที่ปรึกษา ได้รับรางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม จากผลงาน “ผลของอุณหภูมิในการเก็บยางต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติทางกลของยางคอมพาวนด์หน้ายางของยางล้อ” ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชาติ ครั้งที่ 1 “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน : 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
งานวิจัยเรื่องนี้มีข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิต่างกันมีผลต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติเชิงกลของยาง กล่าวคือ การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส พบว่ามีเส้นกราฟการวัลคาไนซ์ค่าแรงบิดต่ำสุด ค่าแรงบิดสูงสุด ผลต่างแรงบิด ระยะเวลาแปรรูป และเวลาวัลคาไนซ์ต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่มีค่าคงที่ปฏิกิริยาการวัลคาไนซ์และดัชนีความเร็วการวัลคาไนซ์สูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
ส่วนผลของอุณหภูมิในการเก็บยางคอมพาวนด์ต่อสมบัติเชิงกลพบว่า การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีความเค้นที่ระยะยืด 300% ความทนทานต่อแรงดึงและพลังงานสูญหายต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีระยะยืดจนขาดสูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส โดยการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 และ 40 องศาเซลเซียส มีลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติเชิงกลเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาในการเก็บยางที่เพิ่มขึ้น การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางในอุตสาหกรรมยางล้อจึงควรจัดเก็บในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม กล่าวคือ เก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสไม่ควรนานเกิน 7 วัน และที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 1 วัน
ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยางล้อหรือผลิตภัณฑ์ยางชนิดอื่น ๆ ในการบริหารจัดการปริมาณการเก็บยางคอมพาวนด์ และการจัดเก็บยางคอมพาวนด์ในกระบวนการผลิต ซึ่งในอุตสาหกรรมยางล้อมีการใช้ยางคอมพาวนด์หลายสูตรที่แตกต่างกันตามแต่ละชิ้นส่วนประกอบของยางล้อ เช่น ยางคอมพาวนด์แก้มยาง ไหล่ยาง โครงยาง ผ้าใบเสริมหน้ายางหรือเข็มขัดยาง และขอบยาง ซึ่งอาจจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อการเก็บยางคอมพาวนด์แต่ละสูตรให้ถูกต้อง และเหมาะสมที่สุด ซึ่งงานวิจัยในอนาคตจะได้วิเคราะห์หาปริมาณการเชื่อมโยงของยางที่ระยะเวลาการเก็บยาง และอุณหภูมิในการเก็บยางคอมพาวนด์ต่าง ๆ ต่อไป รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพทั้งเชิงกลและพลวัติของยางวัลคาไนซ์ของยางคอมพาวนด์ชนิดต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยางล้อด้วย.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
April 27, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
“มะเตาเฟต มูซอ” นศ. เทคโนโลยียางฯ มรภ.สงขลา คว้ารางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม
มรภ.สงขลา สุดปลื้ม “มะเตาเฟต มูซอ” นักศึกษาสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์ฯ คว้ารางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม จากผลงาน “ผลของอุณหภูมิในการเก็บยางต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติทางกลของยางคอมพาวนด์หน้ายางของยางล้อ” ชี้ผลงานวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยางล้อหรือผลิตภัณฑ์ยางชนิดอื่น ๆ
นายมะเตาเฟต มูซอ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ที่มี ดร.วัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ เป็นที่ปรึกษา ได้รับรางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม จากผลงาน “ผลของอุณหภูมิในการเก็บยางต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติทางกลของยางคอมพาวนด์หน้ายางของยางล้อ” ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชาติ ครั้งที่ 1 “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน : 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2566 จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
งานวิจัยเรื่องนี้มีข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิต่างกันมีผลต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติเชิงกลของยาง กล่าวคือ การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส พบว่ามีเส้นกราฟการวัลคาไนซ์ค่าแรงบิดต่ำสุด ค่าแรงบิดสูงสุด ผลต่างแรงบิด ระยะเวลาแปรรูป และเวลาวัลคาไนซ์ต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่มีค่าคงที่ปฏิกิริยาการวัลคาไนซ์และดัชนีความเร็วการวัลคาไนซ์สูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
ส่วนผลของอุณหภูมิในการเก็บยางคอมพาวนด์ต่อสมบัติเชิงกลพบว่า การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีความเค้นที่ระยะยืด 300% ความทนทานต่อแรงดึงและพลังงานสูญหายต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีระยะยืดจนขาดสูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส โดยการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 และ 40 องศาเซลเซียส มีลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติเชิงกลเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาในการเก็บยางที่เพิ่มขึ้น การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางในอุตสาหกรรมยางล้อจึงควรจัดเก็บในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม กล่าวคือ เก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสไม่ควรนานเกิน 7 วัน และที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 1 วัน
ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยางล้อหรือผลิตภัณฑ์ยางชนิดอื่น ๆ ในการบริหารจัดการปริมาณการเก็บยางคอมพาวนด์ และการจัดเก็บยางคอมพาวนด์ในกระบวนการผลิต ซึ่งในอุตสาหกรรมยางล้อมีการใช้ยางคอมพาวนด์หลายสูตรที่แตกต่างกันตามแต่ละชิ้นส่วนประกอบของยางล้อ เช่น ยางคอมพาวนด์แก้มยาง ไหล่ยาง โครงยาง ผ้าใบเสริมหน้ายางหรือเข็มขัดยาง และขอบยาง ซึ่งอาจจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อการเก็บยางคอมพาวนด์แต่ละสูตรให้ถูกต้อง และเหมาะสมที่สุด ซึ่งงานวิจัยในอนาคตจะได้วิเคราะห์หาปริมาณการเชื่อมโยงของยางที่ระยะเวลาการเก็บยาง และอุณหภูมิในการเก็บยางคอมพาวนด์ต่าง ๆ ต่อไป รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพทั้งเชิงกลและพลวัติของยางวัลคาไนซ์ของยางคอมพาวนด์ชนิดต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยางล้อด้วย.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คณะวิทยาศาสตร์ฯ มรภ.สงขลา ลงพื้นที่ อ.สทิงพระ ติดตามผลการส่งเสริมอาชีพครัวเรือนยากจน ให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
April 27, 2026
“เกษตร” มรภ.สงขลา ถ่ายทอดองค์ความรู้ขยายพันธุ์ต้นส้มจุก Workshop เกษตรกรฝึกตอนกิ่งและปักชำแบบควบแน่น ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของต้นพันธุ์
April 27, 2026
สถาบันวิจัยฯ มรภ.สงขลา จัดอบรม “ฉีก ตัด ปะ ปั้น ...
April 27, 2026
มรภ.สงขลา เชิญชมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรแมตซ์สำคัญ ทีมรวม VIP สงขลา vs ทีมสถาบันพระปกเกล้า ...
April 27, 2026