สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผย ในปี 61 มีสถานพยาบาลออกจากโครงการประกันสังคม จำนวน 3 แห่ง คือ รพ.ยันฮี ,รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์,รพ.ศรีระยอง จังหวัดระยอง เผย ไม่ส่งผลกระทบผู้ประกันตน สปส.เตรียมสถานพยาบาลรองรับผู้ประกันตน และให้ผู้ประกันตนเลือกสถานพยาบาล ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560
นายสุรเดช วลีอธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าในปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศจำนวน 236 แห่ง แบ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล 158 แห่ง สถานพยาบาลเอกชน 78 แห่ง ที่สามารถรองรับผู้ประกันตนได้ สถานพยาบาลที่ไม่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลยันฮี กรุงเทพฯ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และโรงพยาบาลศรีระยอง จ.ระยอง อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมได้มีมาตรการรองรับ โดยได้จัดสถานพยาบาลทดแทน ให้กับผู้ประกันตน ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อเลือกสถานพยาบาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ หากไม่เลือกมาภายในกำหนด สำนักงานประกันสังคม จะจัดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตน
เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเลือกสถานพยาบาล ให้สถานประกอบการ (มาตรา 33) และผู้ประกันตนมาตรา 39 วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และ ข้อความ SMS แจ้งผลการเลือกสถานพยาบาลของผู้ประกันตนมาตรา 39 หากผู้ประกันตนประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยสถานพยาบาลที่เลือกต้องเป็นสถานพยาบาล ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด นายสุรเดช กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกันตนอุ่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน อย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506.
ภาพ/ข่าว สำนักงานประกันสังคม
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
September 13, 2026
September 12, 2026
September 8, 2026
September 7, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
สำนักงานประกันสังคม เตรียมมาตรการรองรับผู้ประกันตน หลังสถานพยาบาลออกโครงการฯ 3 แห่งในปี 61
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผย ในปี 61 มีสถานพยาบาลออกจากโครงการประกันสังคม จำนวน 3 แห่ง คือ รพ.ยันฮี ,รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์,รพ.ศรีระยอง จังหวัดระยอง เผย ไม่ส่งผลกระทบผู้ประกันตน สปส.เตรียมสถานพยาบาลรองรับผู้ประกันตน และให้ผู้ประกันตนเลือกสถานพยาบาล ได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560
นายสุรเดช วลีอธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าในปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศจำนวน 236 แห่ง แบ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล 158 แห่ง สถานพยาบาลเอกชน 78 แห่ง ที่สามารถรองรับผู้ประกันตนได้ สถานพยาบาลที่ไม่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลยันฮี กรุงเทพฯ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และโรงพยาบาลศรีระยอง จ.ระยอง อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมได้มีมาตรการรองรับ โดยได้จัดสถานพยาบาลทดแทน ให้กับผู้ประกันตน ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อเลือกสถานพยาบาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ หากไม่เลือกมาภายในกำหนด สำนักงานประกันสังคม จะจัดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตน
เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเลือกสถานพยาบาล ให้สถานประกอบการ (มาตรา 33) และผู้ประกันตนมาตรา 39 วันที่ 17 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และ ข้อความ SMS แจ้งผลการเลือกสถานพยาบาลของผู้ประกันตนมาตรา 39 หากผู้ประกันตนประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยสถานพยาบาลที่เลือกต้องเป็นสถานพยาบาล ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด นายสุรเดช กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกันตนอุ่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน อย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506.

สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อชุมชนไม่หยุดเรียนรู้…โอกาสใหม่ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
September 13, 2026
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ขอบคุณสื่อ จัดเวทีพบปะแลกเปลี่ยน เดินหน้าสื่อสารข่าวสารอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
September 12, 2026
หาดทิพย์ รับ CSR Award 2026 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน
September 8, 2026
โรงไฟฟ้าขนอมต้อนรับคณะสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน
September 7, 2026