#สาระน่ารู้แบ่งปัน #ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกนั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางไปโพนพิสัย อยู่ด้านขวามือ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของพุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย สถานที่ซึ่งคล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแสดงรูปปั้นทางศาสนาแห่งนี้ โดยเกิดจากแรงบันดาลใจของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ซึ่งได้สร้างสถานที่แห่งนี้เมื่อราวปี พ.ศ. 2521 ตามความเชื่อว่าหลักคำสอนทุกศาสนา สามารถนำมาผสมผสานได้ มีทั้งพระพุทธรูปปางต่าง ๆ รูปเทพฮินดูต่าง ๆ รูปปั้นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ รูปปั้นเล่าเรื่องรามเกียรติ์และตำนานพื้นบ้าน โดยเมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกก็จะพบกับรูปปั้นของพระราหูอมจันทร์หรือสูรย์คราสซึ่งจากคำจารึกเพื่อธิบายเทวลัยที่สลักไว้ที่ฐานของเทวลัยทุกแห่งมีอยู่ว่าเทวลัยปางนี้คือพระราหูกินจันทร์ และสูรย์คราส เทวลัยนี้สร้างขึ้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2524 และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อปี 2546 เมื่อเดินชมต่อมาก็จะพบกับพระพุทธปัจเจกมณีแก้วกู่ซึ่งสร้างขึ้นระหว่าง มกราคม 2525 เสร็จเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2525 เดินต่อมาก็จะพบกับเทวาลัยอื่นๆอีกซึ่งได้แก่พระเจ้าย่าแอใค่ (พระอุมาหรือพระสันติ) เป็นพระบรมราชินีของนาคพิภพตามวรรณคดีของอิสาน พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระยาภุชงค์เป็นอาสน์บัลลังค์ มีคู่บารมีคือพระแม่เจ้าลักษมีและองค์พระยาครุฑสุบรรณราชเป็นพาหนะ สถิตที่วิมานไวกูณฐ ตามวรรณคดีของรามเกียรติ์ สร้างขึ้นเมื่อ 28 มกราคม 2521 ส่วนพระกามเทพเป็นเทพที่มีหน้าที่ให้ความสมหวังแก่มนุษย์ และเทวดา ในด้านความรัก เป็นโอรสของพระจัทราและเจ้าแม่ทรงกรด มีวิมานอยู่ที่เขาศะศิธร ตามวรรณคดีของโลกธาตุ สร้างขึ้นเมื่อ 19 มกราคม 2521 สำหรับพระกัจจายนะ บุตรพราหมณ์ปุโรหิตผู้กัจจายนะโคตรโดยเทวลัยนี้สร้าง 85 วัน เสร็จในปี 2535 รวมไปถึงพระศาสดาทรงผจญกับนางจิญจมาณวิกาสร้างเมื่อ 10 มกราคม 2524 นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวยังได้รวบรวมเทวาลัยอื่นๆไว้อีกมากมาย นอกจากนี้ที่ศาลาแก้วกู่เองนั้นภายในศาลาแก้วกู่แห่งนี้มีเรื่องราวตำนานความเชื่อ และเครื่องใช้หลายๆ อย่าง แสดงไว้ โดยศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าเมื่อได้เดินเข้ามาตั้งแต่ในตอนแรกนับเป็นหัวใจของสถานที่แห่งนี้ซึ่งเมื่อไปแล้วต้องเข้าไปเยี่ยมชม
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเข้าเยี่ยมชมศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกแห่งนี้นั้น ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย 3 กิโลเมตร โดยหากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้นให้ขับไปตามเส้นทางไปอำเภอโพนพิสัยโดยศาลาแก้วกู่หรือวัดแขกจะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ โดยศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกจะเปิดให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าชมได้ทุกวันในเวลา 07.00–17.00 น. โดยจะเก็บค่าเข้าชมในอัตราคนละ 10 บาท.
ที่มา ภาพ และบทความ http://www.thongteaw.com/ ศาลาแก้วกู่ /วัดแขก
#Nyy.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
October 27, 2026
October 26, 2026
October 23, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขก
#สาระน่ารู้แบ่งปัน #ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกนั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางไปโพนพิสัย อยู่ด้านขวามือ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของพุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย สถานที่ซึ่งคล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแสดงรูปปั้นทางศาสนาแห่งนี้ โดยเกิดจากแรงบันดาลใจของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ซึ่งได้สร้างสถานที่แห่งนี้เมื่อราวปี พ.ศ. 2521 ตามความเชื่อว่าหลักคำสอนทุกศาสนา สามารถนำมาผสมผสานได้ มีทั้งพระพุทธรูปปางต่าง ๆ รูปเทพฮินดูต่าง ๆ รูปปั้นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ รูปปั้นเล่าเรื่องรามเกียรติ์และตำนานพื้นบ้าน โดยเมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกก็จะพบกับรูปปั้นของพระราหูอมจันทร์หรือสูรย์คราสซึ่งจากคำจารึกเพื่อธิบายเทวลัยที่สลักไว้ที่ฐานของเทวลัยทุกแห่งมีอยู่ว่าเทวลัยปางนี้คือพระราหูกินจันทร์ และสูรย์คราส เทวลัยนี้สร้างขึ้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2524 และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อปี 2546 เมื่อเดินชมต่อมาก็จะพบกับพระพุทธปัจเจกมณีแก้วกู่ซึ่งสร้างขึ้นระหว่าง มกราคม 2525 เสร็จเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2525 เดินต่อมาก็จะพบกับเทวาลัยอื่นๆอีกซึ่งได้แก่พระเจ้าย่าแอใค่ (พระอุมาหรือพระสันติ) เป็นพระบรมราชินีของนาคพิภพตามวรรณคดีของอิสาน พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ มีพระยาภุชงค์เป็นอาสน์บัลลังค์ มีคู่บารมีคือพระแม่เจ้าลักษมีและองค์พระยาครุฑสุบรรณราชเป็นพาหนะ สถิตที่วิมานไวกูณฐ ตามวรรณคดีของรามเกียรติ์ สร้างขึ้นเมื่อ 28 มกราคม 2521 ส่วนพระกามเทพเป็นเทพที่มีหน้าที่ให้ความสมหวังแก่มนุษย์ และเทวดา ในด้านความรัก เป็นโอรสของพระจัทราและเจ้าแม่ทรงกรด มีวิมานอยู่ที่เขาศะศิธร ตามวรรณคดีของโลกธาตุ สร้างขึ้นเมื่อ 19 มกราคม 2521 สำหรับพระกัจจายนะ บุตรพราหมณ์ปุโรหิตผู้กัจจายนะโคตรโดยเทวลัยนี้สร้าง 85 วัน เสร็จในปี 2535 รวมไปถึงพระศาสดาทรงผจญกับนางจิญจมาณวิกาสร้างเมื่อ 10 มกราคม 2524 นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวยังได้รวบรวมเทวาลัยอื่นๆไว้อีกมากมาย นอกจากนี้ที่ศาลาแก้วกู่เองนั้นภายในศาลาแก้วกู่แห่งนี้มีเรื่องราวตำนานความเชื่อ และเครื่องใช้หลายๆ อย่าง แสดงไว้ โดยศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าเมื่อได้เดินเข้ามาตั้งแต่ในตอนแรกนับเป็นหัวใจของสถานที่แห่งนี้ซึ่งเมื่อไปแล้วต้องเข้าไปเยี่ยมชม
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเข้าเยี่ยมชมศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกแห่งนี้นั้น ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย 3 กิโลเมตร โดยหากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้นให้ขับไปตามเส้นทางไปอำเภอโพนพิสัยโดยศาลาแก้วกู่หรือวัดแขกจะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ โดยศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขกจะเปิดให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าชมได้ทุกวันในเวลา 07.00–17.00 น. โดยจะเก็บค่าเข้าชมในอัตราคนละ 10 บาท.
ที่มา ภาพ และบทความ http://www.thongteaw.com/ ศาลาแก้วกู่ /วัดแขก
#Nyy.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้การต้อนรับผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานภาคสงขลา ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะ
October 27, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม คว้ารางวัล “องค์กรส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ระดับจังหวัด” ประจำปี 2569
October 26, 2026
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ร่วมแสดงความยินดีพนักงาน 47 คน ในโอกาสได้รับการปรับระดับตำแหน่ง
October 26, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569
October 23, 2026