ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านของ อ.นครไทย พร้อมทหาร-จิตอาสา สร้างฝายมีชีวิตลำดับที่ 410 ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
ที่บริเวณพื้นที่ต้นน้ำคลองบุง ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านหลายคนพร้อมด้วยกำลังทหารจาก กองพลพัฒนาที่ 3 และกลุ่มจิตอาสา จาก รพ.พุทธชินราช และกลุ่มต้นกล้าอาสาสองแคว ได้ช่วยกันทำกระสอบทรายเพื่อนำไปสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนในพื้นที่มีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคโดย พ.ท.สุนันทร สายสุข รอง.ผบ.ร้อย.รส.ที่ 3 กล่าวว่าฝายนี้เป็นฝายมีชีวิตลำดับที่ 410 และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ คือ มีขนาดกว้างขนาด 25 เมตร สูงถึง 2 เมตร ซึ่งการทำฝายมีชีวิต จะต่างจากการสร้างฝายแบบปิดเพราะเป็นการยกระดับน้ำขึ้นระดับหนึ่งเท่านั้น ลักษณะจะเป็นฝายน้ำล้น ช่วยชะลอน้ำ และมีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา การสร้างฝายมีชีวิต เป็นการยกระดับน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และยังช่วยชะลอน้ำในฤดูฝนไม่ให้กระแสน้ำไหลหลาก ลดความรุนแรงของการกัดเซาะ นอกจากนี้ ฝายมีชีวิตจะช่วยพยุงเศษซากพืช ซากสัตว์ ไม่ให้ถูกพัดพาลงสู่แหล่งน้ำตอนล่างหมด ช่วยให้คุณภาพน้ำตอนล่างดีขึ้น
ทางด้าน นพ.โตมร ทองศรี ผช.ผอ.ฝ่ายบุคคล รพ.พุทธชินราช 1 ในจิตอาสาที่มาร่วมทำฝายในวันนี้ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพุทธชินราช มีนโยบายด้านการส่งเสริมให้บุคลากร ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งการสร้างฝาย ยังเป็น 1 ในศาสตร์ของพระราชา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นจึงได้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาในเขตภาคเหนือ นำนิสิต นักศึกษาแพทย์ ที่กำลังจะจบ จำนวนกว่า 200 คน มาร่วมสร้างฝายมีชีวิตแห่งนี้ให้แล้วเสร็จในวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ โดยทางโรงพยาบาลพุทธชินราช จะสนับสนุนทรายสำหรับทำฝาย จำนวน 50 คิว อีกด้วย.
■ Cr.innnews.
March 15, 2026
March 13, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
ชาวนครไทยสร้างฝายมีชีวิตใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
ชาวบ้าน 2 หมู่บ้านของ อ.นครไทย พร้อมทหาร-จิตอาสา สร้างฝายมีชีวิตลำดับที่ 410 ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ
ที่บริเวณพื้นที่ต้นน้ำคลองบุง ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านหลายคนพร้อมด้วยกำลังทหารจาก กองพลพัฒนาที่ 3 และกลุ่มจิตอาสา จาก รพ.พุทธชินราช และกลุ่มต้นกล้าอาสาสองแคว ได้ช่วยกันทำกระสอบทรายเพื่อนำไปสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนในพื้นที่มีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคโดย พ.ท.สุนันทร สายสุข รอง.ผบ.ร้อย.รส.ที่ 3 กล่าวว่าฝายนี้เป็นฝายมีชีวิตลำดับที่ 410 และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ คือ มีขนาดกว้างขนาด 25 เมตร สูงถึง 2 เมตร ซึ่งการทำฝายมีชีวิต จะต่างจากการสร้างฝายแบบปิดเพราะเป็นการยกระดับน้ำขึ้นระดับหนึ่งเท่านั้น ลักษณะจะเป็นฝายน้ำล้น ช่วยชะลอน้ำ และมีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา การสร้างฝายมีชีวิต เป็นการยกระดับน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และยังช่วยชะลอน้ำในฤดูฝนไม่ให้กระแสน้ำไหลหลาก ลดความรุนแรงของการกัดเซาะ นอกจากนี้ ฝายมีชีวิตจะช่วยพยุงเศษซากพืช ซากสัตว์ ไม่ให้ถูกพัดพาลงสู่แหล่งน้ำตอนล่างหมด ช่วยให้คุณภาพน้ำตอนล่างดีขึ้น
ทางด้าน นพ.โตมร ทองศรี ผช.ผอ.ฝ่ายบุคคล รพ.พุทธชินราช 1 ในจิตอาสาที่มาร่วมทำฝายในวันนี้ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพุทธชินราช มีนโยบายด้านการส่งเสริมให้บุคลากร ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อีกทั้งการสร้างฝาย ยังเป็น 1 ในศาสตร์ของพระราชา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นจึงได้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาในเขตภาคเหนือ นำนิสิต นักศึกษาแพทย์ ที่กำลังจะจบ จำนวนกว่า 200 คน มาร่วมสร้างฝายมีชีวิตแห่งนี้ให้แล้วเสร็จในวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ โดยทางโรงพยาบาลพุทธชินราช จะสนับสนุนทรายสำหรับทำฝาย จำนวน 50 คิว อีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช” รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและพัฒนาท้องถิ่น มรภ.สงขลา พบปะทีมสื่อสารองค์กรและเครือข่ายฯ รับฟังเสียงสะท้อนในการทำงาน
March 15, 2026
สุดเจ๋ง ! นศ. “เกษตร” มรภ.สงขลา คว้า 11 ...
March 15, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม จับมือ เกษตรอำเภอขนอม และภาคีเครือข่าย เดินหน้าวางแผนขับเคลื่อนเกษตรกรรมยุคใหม่ มุ่งเป้าเกษตรกรมีคุณภาพ มาตรฐานสากล
March 13, 2026
หาดทิพย์ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสู่เยาวชนและสังคม
March 13, 2026