เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 19 เมษายน ที่สน.ดุสิต น.ส.ณัฐฐา มหัทธนา อดีตผู้ประกาศข่าว และ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ตัวแทนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชวะฤทธิ์ จันทร์เกิ้น รองสว.สอบสวน สน.ดุสิต เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีหมุดคณะราษฎรสูญหาย โดยมี พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงศรี ผบก.น.1 พล.ต.ต.อิทธิพล อัฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 และพ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. ร่วมสังเกตการณ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ด้วยปรากฏตามข่าวว่ามีผู้ไม่หวังดี ได้นำหมุดคณะราษฏรที่ฝังอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าออกไปในช่วงวันที่ 2-8 เมษายน ที่ผ่านมา และมีการนำหมุดใหม่ที่ทำเลียนแบบด้วยถ้อยคำใหม่มาติดตั้งแทนนั้น ขอเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยกล่าวโทษ 1.การกระทำความผิดฐานเบียดบังเอาโบราณวัตถุเป็นของตน ด้วยหมุดของคณะราษฎรถือเป็น”โบราณวัตถุ”ตามมาตรา 4 ใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ หมายความว่าสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ผู้ที่ลักไปจึงมีความผิดตามมาตรา 31 ที่ระบุว่า ผู้ใดเก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อนหรือฝังหรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบังเอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน7ปี หรือปรับไม่เกิน7แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ด้วยหมุดของคณะราษฎรอันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการอภิวัฒน์สยาม เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 335(10)ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดทั้งสองเป็นอาญาแผ่นดิน อีกทั้งเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจและได้รับความสนใจจากประชาชนในวงกว้าง จึงขอแจ้งความกล่าวโทษ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วน และให้นำหมุดปัจจุบันมารักษาไว้ เพื่อเป็นของกลางประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเข้าแจ้งความ มีนายธัชพงษ์ แกดำ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ มาร่วมเป็นกำลังใจ จากนั้น เวลา 09.34 นายสิรวิชญ์ ได้เดินทางไปศาลทหาร ส่วนนายธัชพงษ์ ได้เดินทางออกจาก สน.ดุสิต ต่อมา พ.ต.อ.อรรถวิทย์ นำตัวแกนนำและบุคคลทั้งสองที่เข้าแจ้งความเดินทางขึ้นรถยนต์ตู้ของ สน.ดุสิต ไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเขียนคำร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด.
January 27, 2026
January 21, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
ตัวแทนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ แจ้งความหมุดคณะราษฎรหาย “จ่านิว”ร่วมให้กำลังใจ
เมื่อเวลา 09.15 น.วันที่ 19 เมษายน ที่สน.ดุสิต น.ส.ณัฐฐา มหัทธนา อดีตผู้ประกาศข่าว และ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ตัวแทนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชวะฤทธิ์ จันทร์เกิ้น รองสว.สอบสวน สน.ดุสิต เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีหมุดคณะราษฎรสูญหาย โดยมี พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงศรี ผบก.น.1 พล.ต.ต.อิทธิพล อัฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 และพ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. ร่วมสังเกตการณ์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ด้วยปรากฏตามข่าวว่ามีผู้ไม่หวังดี ได้นำหมุดคณะราษฏรที่ฝังอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าออกไปในช่วงวันที่ 2-8 เมษายน ที่ผ่านมา และมีการนำหมุดใหม่ที่ทำเลียนแบบด้วยถ้อยคำใหม่มาติดตั้งแทนนั้น ขอเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยกล่าวโทษ 1.การกระทำความผิดฐานเบียดบังเอาโบราณวัตถุเป็นของตน ด้วยหมุดของคณะราษฎรถือเป็น”โบราณวัตถุ”ตามมาตรา 4 ใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ หมายความว่าสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ผู้ที่ลักไปจึงมีความผิดตามมาตรา 31 ที่ระบุว่า ผู้ใดเก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อนหรือฝังหรือทอดทิ้งโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็นเจ้าของได้และเบียดบังเอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน7ปี หรือปรับไม่เกิน7แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ด้วยหมุดของคณะราษฎรอันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการอภิวัฒน์สยาม เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 335(10)ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดทั้งสองเป็นอาญาแผ่นดิน อีกทั้งเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจและได้รับความสนใจจากประชาชนในวงกว้าง จึงขอแจ้งความกล่าวโทษ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วน และให้นำหมุดปัจจุบันมารักษาไว้ เพื่อเป็นของกลางประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเข้าแจ้งความ มีนายธัชพงษ์ แกดำ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ มาร่วมเป็นกำลังใจ จากนั้น เวลา 09.34 นายสิรวิชญ์ ได้เดินทางไปศาลทหาร ส่วนนายธัชพงษ์ ได้เดินทางออกจาก สน.ดุสิต ต่อมา พ.ต.อ.อรรถวิทย์ นำตัวแกนนำและบุคคลทั้งสองที่เข้าแจ้งความเดินทางขึ้นรถยนต์ตู้ของ สน.ดุสิต ไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเขียนคำร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus Disease)
January 27, 2026
“ติว ก่อน ต่อ” กองสาธารณสุข อบจ.สงขลา เปิดกิจกรรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านการแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับการต่ออายุประกาศนียบัตร ...
January 21, 2026
อำเภอขนอมเข้าร่วมประชุมและพบปะกับคณะกรรมการกิ่งกาชาดและสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอขนอม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙
January 21, 2026
นายอำเภอขนอมร่วมแสดงความยินดีกับปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช
January 21, 2026