กรมสรรพสามิตร่วมกับหน่วยงานภาคีในการประสานงานระดับนโยบาย เพื่อกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมหารือมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมติตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในการปรับองค์กรเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดูแลงานด้านการกำหนดนโยบายและมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม และกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงการคลังในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมประมง กรมเจ้าท่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล) และกรมสรรพสามิต เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า กรมสรรพสามิตมีหน้าที่ในการจัดเก็บเงินค่าภาษีสรรพสามิตเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจากน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการผลิตและใช้ในประเทศตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิด รวมถึงการขอยกเว้นและขอคืนภาษีสรรพสามิตของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายยกเว้นการเสียภาษี ได้แก่ การส่งออกนอกราชอาณาจักร การนำไปใช้เป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม การใช้เติมเรือที่เดินทางไปต่างประเทศและน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) ตลอดจนรับผิดชอบด้านการควบคุม การผลิตและการจำหน่าย รวมทั้งติดตามเส้นทางการขนย้ายของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยการกำหนดระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลเพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกนอกระบบภาษี ทั้งนี้ จากผลการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนตามโครงการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียมของกรมสรรพสามิต ปีงบประมาณ 2559 (ตุลาคม 2558 – เมษายน 2559) พบว่า มีการกระทำผิดจำนวนคดีทั้งสิ้น 831 คดี ปริมาณน้ำมันรวมจำนวน 1.18 ล้านลิตร แยกเป็นดีเซลจำนวน 760,210 ล้านลิตร เบนซินจำนวน 275,150 ล้านลิตร น้ำมันเตาจำนวน 115,000 ล้านลิตร และสารโซลเว้นท์จำนวน 32,360 ล้านลิตร
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2559- เมษายน 2559) กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากรสามารถปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนจำนวนทั้งสิ้น 1,460 คดี ปริมาณน้ำมันรวมจำนวน 1.99 ล้านลิตร แยกเป็นดีเซลจำนวน 1.33 ล้านลิตร เบนซินจำนวน 431,530 ล้านลิตร น้ำมันเตาจำนวน 165,000 ล้านลิตร และสารโซลเว้นท์จำนวน 62,960 ล้านลิตร
สำหรับปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2558- เมษายน 2559) จำนวน 455 ล้านลิตร เฉลี่ยประมาณ 40 กว่าล้านลิตรต่อเดือน
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2558-พฤษภาคม 2559) กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุดจำนวน 114,600.76 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนจำนวน 35,812.44 บาท คิดเป็นร้อยละ 45.45 และสูงกว่าประมาณการ 4,074.32 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.69.
เว็บไซต์ Bankaonews.com
March 15, 2026
March 13, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
กรมสรรพสามิตประสานเครือข่ายภาคีปราบปรามน้ำมันเถื่อน
กรมสรรพสามิตร่วมกับหน่วยงานภาคีในการประสานงานระดับนโยบาย เพื่อกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมหารือมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมติตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในการปรับองค์กรเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดูแลงานด้านการกำหนดนโยบายและมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม และกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงการคลังในการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 9 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมประมง กรมเจ้าท่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล) และกรมสรรพสามิต เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า กรมสรรพสามิตมีหน้าที่ในการจัดเก็บเงินค่าภาษีสรรพสามิตเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจากน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการผลิตและใช้ในประเทศตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิด รวมถึงการขอยกเว้นและขอคืนภาษีสรรพสามิตของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ที่เข้าข่ายยกเว้นการเสียภาษี ได้แก่ การส่งออกนอกราชอาณาจักร การนำไปใช้เป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม การใช้เติมเรือที่เดินทางไปต่างประเทศและน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) ตลอดจนรับผิดชอบด้านการควบคุม การผลิตและการจำหน่าย รวมทั้งติดตามเส้นทางการขนย้ายของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยการกำหนดระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลเพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกนอกระบบภาษี ทั้งนี้ จากผลการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนตามโครงการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียมของกรมสรรพสามิต ปีงบประมาณ 2559 (ตุลาคม 2558 – เมษายน 2559) พบว่า มีการกระทำผิดจำนวนคดีทั้งสิ้น 831 คดี ปริมาณน้ำมันรวมจำนวน 1.18 ล้านลิตร แยกเป็นดีเซลจำนวน 760,210 ล้านลิตร เบนซินจำนวน 275,150 ล้านลิตร น้ำมันเตาจำนวน 115,000 ล้านลิตร และสารโซลเว้นท์จำนวน 32,360 ล้านลิตร
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2559- เมษายน 2559) กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากรสามารถปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนจำนวนทั้งสิ้น 1,460 คดี ปริมาณน้ำมันรวมจำนวน 1.99 ล้านลิตร แยกเป็นดีเซลจำนวน 1.33 ล้านลิตร เบนซินจำนวน 431,530 ล้านลิตร น้ำมันเตาจำนวน 165,000 ล้านลิตร และสารโซลเว้นท์จำนวน 62,960 ล้านลิตร
สำหรับปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2558- เมษายน 2559) จำนวน 455 ล้านลิตร เฉลี่ยประมาณ 40 กว่าล้านลิตรต่อเดือน
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 (ตุลาคม 2558-พฤษภาคม 2559) กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุดจำนวน 114,600.76 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนจำนวน 35,812.44 บาท คิดเป็นร้อยละ 45.45 และสูงกว่าประมาณการ 4,074.32 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.69.
เว็บไซต์ Bankaonews.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช” รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและพัฒนาท้องถิ่น มรภ.สงขลา พบปะทีมสื่อสารองค์กรและเครือข่ายฯ รับฟังเสียงสะท้อนในการทำงาน
March 15, 2026
สุดเจ๋ง ! นศ. “เกษตร” มรภ.สงขลา คว้า 11 ...
March 15, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม จับมือ เกษตรอำเภอขนอม และภาคีเครือข่าย เดินหน้าวางแผนขับเคลื่อนเกษตรกรรมยุคใหม่ มุ่งเป้าเกษตรกรมีคุณภาพ มาตรฐานสากล
March 13, 2026
หาดทิพย์ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสู่เยาวชนและสังคม
March 13, 2026