เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะกำกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุ “โคะงุมะ” โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ระบุถึงอิทธิพลของพายุโซนร้อนโคะงุมะที่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามเช้าวันนี้(13 มิ.ย.) ส่งผลให้ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน และส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นั้น
นายนิพนธ์ กล่าวว่า “การเตรียมพร้อมรับมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์ไม่รุนแรงมากไปกว่าที่จะเป็น ทั้งนี้ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เตรียมการรับมือสถานการณ์พายุ”โคะงุมะ”ให้ได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานทั้งเครื่องสูบน้ำ จุดอพยพพี่น้องประชาชน เครื่องมือในการช่วยเหลือชีวิต พร้อมบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ หน่วยงานภาคีต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ ลดความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและสถานการณ์พายุอย่างเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะดินสไลด์ กระแสน้ำป่าไหลหลากที่รุนแรง ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็ต้องเฝ้าระวังเตรียมการอพยพให้พร้อม โดยเฉพาะประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะดินสไลด์ กระแสน้ำป่าไหลหลากที่รุนแรง ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็ต้องเฝ้าระวังเตรียมการอพยพให้พร้อม ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด”
“ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพร่วมกับกรมชลประทาน องค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อเก็บกักน้ำไว้ประโยชน์ในฤดูแล้งปีหน้าและบรรเทาความรุนแรงในสภาวะฝนทิ้งช่วง อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ เมื่อเกิดสภาพอากาศที่มีฝนตกสลับอากาศร้อนอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย พี่น้องประชาชนต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้มีภูมิต้านทานเพื่อป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคโควิด-19 ที่ทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่เพิ่งได้รับวัคซีนไปยังคงต้องระมัดระวังตนเองอย่างมากเช่นเดิม และปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างสม่ำเสมอ” นายนิพนธ์ กล่าว.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
March 15, 2026
March 13, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
นิพนธ์ ระดมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อน”โคะงุมะ” กระทบภาคเหนือ อีสาน กลาง ของไทย กำชับบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพลดความรุนแรงในภาวะฝนทิ้งช่วง ห่วงสภาพอากาศฝนตกสลับร้อน ทำปชช.เจ็บป่วยได้ง่าย
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะกำกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุ “โคะงุมะ” โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ระบุถึงอิทธิพลของพายุโซนร้อนโคะงุมะที่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามเช้าวันนี้(13 มิ.ย.) ส่งผลให้ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน และส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นั้น
นายนิพนธ์ กล่าวว่า “การเตรียมพร้อมรับมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์ไม่รุนแรงมากไปกว่าที่จะเป็น ทั้งนี้ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เตรียมการรับมือสถานการณ์พายุ”โคะงุมะ”ให้ได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานทั้งเครื่องสูบน้ำ จุดอพยพพี่น้องประชาชน เครื่องมือในการช่วยเหลือชีวิต พร้อมบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ หน่วยงานภาคีต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ ลดความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและสถานการณ์พายุอย่างเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะดินสไลด์ กระแสน้ำป่าไหลหลากที่รุนแรง ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็ต้องเฝ้าระวังเตรียมการอพยพให้พร้อม โดยเฉพาะประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ราบเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะดินสไลด์ กระแสน้ำป่าไหลหลากที่รุนแรง ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็ต้องเฝ้าระวังเตรียมการอพยพให้พร้อม ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด”
“ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพร่วมกับกรมชลประทาน องค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อเก็บกักน้ำไว้ประโยชน์ในฤดูแล้งปีหน้าและบรรเทาความรุนแรงในสภาวะฝนทิ้งช่วง อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ เมื่อเกิดสภาพอากาศที่มีฝนตกสลับอากาศร้อนอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย พี่น้องประชาชนต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้มีภูมิต้านทานเพื่อป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคโควิด-19 ที่ทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่เพิ่งได้รับวัคซีนไปยังคงต้องระมัดระวังตนเองอย่างมากเช่นเดิม และปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างสม่ำเสมอ” นายนิพนธ์ กล่าว.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช” รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและพัฒนาท้องถิ่น มรภ.สงขลา พบปะทีมสื่อสารองค์กรและเครือข่ายฯ รับฟังเสียงสะท้อนในการทำงาน
March 15, 2026
สุดเจ๋ง ! นศ. “เกษตร” มรภ.สงขลา คว้า 11 ...
March 15, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม จับมือ เกษตรอำเภอขนอม และภาคีเครือข่าย เดินหน้าวางแผนขับเคลื่อนเกษตรกรรมยุคใหม่ มุ่งเป้าเกษตรกรมีคุณภาพ มาตรฐานสากล
March 13, 2026
หาดทิพย์ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสู่เยาวชนและสังคม
March 13, 2026