วันที่ 21 ส.ค.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเกิดจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปกคลุมประเทศไทยในขณะนี้ ทำให้เกิดฝนตกชุก เกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่
นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า ในจุดที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 20 ครัวเรือน ซึ่งในภาพรวมจังหวัดแพร่ ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุ”ฮีโกส” ใน 5 อำเภอ คือ อ.เมืองแพร่ อ.สอง อ.ลอง อ.ร้องกวาง และอ.สูงเม่น โดยได้กำชับให้ผวจ.แพร่ ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และติดตามเรื่องการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมให้ครอบคลุม โดยรมช.มท. และคณะ ได้มอบอาหารกล่อง น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น
นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวด้วย ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์พายุต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ประเทศเป็นช่วงฤดูมรสุมของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจากนี้มรสุมก็จะเคลื่อนตัวไปยังภาคใต้ในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ต่อไป โดยยังคงเน้นย้ำในเรื่องแผนเผชิญเหตุ-แผนอพยพ เป็นสำคัญ และขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้มีความเข้าใจถึงแผนและการประสานการปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน รวมทั้งการประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานภาคี เช่น องค์กรปกครองท้องถิ่น อาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูงสุด
” อย่่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนตกชุกและนน้ป่าไหลหลากในขณะนี้ เรายังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งการรายงานและช่วยเหลือสถานการณ์ฉุกเฉินในทันที ซึ่งหากปริมาณฝนตกพื้นที่ภูเขาและพื้นที่สูงต่างๆ ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็ต้องเตรียมรับมือผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เชิงเขา ซึ่งพี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ต้องเตรียมตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการอพยพในทันทีและขอให้รักษาชีวิตเอาไว้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะ ก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน”ซินลากู” ได้ทำมีผู้เสียชีวิตไป 3 ราย และสาเหตุหลักมาจากกระแสน้ำที่รุนแรงพัดพาทำให้เสียชีวิตทั้งสิ้น ดังนั้น พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการอพยพและติดตามสถานการณ์พายุ และเหตุฝนตกในทุกระยะตลอดช่วงฤดูมรสุมนี้ เพราะไม่มีใครต้องการใ้ห้เกิดการสูญเสียกับเหตุการณ์เหล่านี้อีก” นายนิพนธ์ กล่าว.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
October 27, 2026
October 26, 2026
October 23, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
นิพนธ์ ลุยทันที ช่วยชาว จ.แพร่ จากพายุ “ฮีโกส” ย้ำ ให้ทำตามแผนเผชิญเหตุ-แผนอพยพ รักษาชีวิตพี่น้องประชาชน เป็นลำดับแรก
วันที่ 21 ส.ค.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเกิดจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปกคลุมประเทศไทยในขณะนี้ ทำให้เกิดฝนตกชุก เกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่
นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า ในจุดที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลร่องกาศ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 20 ครัวเรือน ซึ่งในภาพรวมจังหวัดแพร่ ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุ”ฮีโกส” ใน 5 อำเภอ คือ อ.เมืองแพร่ อ.สอง อ.ลอง อ.ร้องกวาง และอ.สูงเม่น โดยได้กำชับให้ผวจ.แพร่ ดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และติดตามเรื่องการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมให้ครอบคลุม โดยรมช.มท. และคณะ ได้มอบอาหารกล่อง น้ำดื่ม และสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น
นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวด้วย ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์พายุต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ประเทศเป็นช่วงฤดูมรสุมของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจากนี้มรสุมก็จะเคลื่อนตัวไปยังภาคใต้ในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ต่อไป โดยยังคงเน้นย้ำในเรื่องแผนเผชิญเหตุ-แผนอพยพ เป็นสำคัญ และขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้มีความเข้าใจถึงแผนและการประสานการปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน รวมทั้งการประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานภาคี เช่น องค์กรปกครองท้องถิ่น อาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูงสุด
” อย่่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนตกชุกและนน้ป่าไหลหลากในขณะนี้ เรายังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งการรายงานและช่วยเหลือสถานการณ์ฉุกเฉินในทันที ซึ่งหากปริมาณฝนตกพื้นที่ภูเขาและพื้นที่สูงต่างๆ ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็ต้องเตรียมรับมือผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เชิงเขา ซึ่งพี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ต้องเตรียมตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการอพยพในทันทีและขอให้รักษาชีวิตเอาไว้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะ ก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์พายุโซนร้อน”ซินลากู” ได้ทำมีผู้เสียชีวิตไป 3 ราย และสาเหตุหลักมาจากกระแสน้ำที่รุนแรงพัดพาทำให้เสียชีวิตทั้งสิ้น ดังนั้น พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องให้ความร่วมมือในการอพยพและติดตามสถานการณ์พายุ และเหตุฝนตกในทุกระยะตลอดช่วงฤดูมรสุมนี้ เพราะไม่มีใครต้องการใ้ห้เกิดการสูญเสียกับเหตุการณ์เหล่านี้อีก” นายนิพนธ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้การต้อนรับผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานภาคสงขลา ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะ
October 27, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม คว้ารางวัล “องค์กรส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ระดับจังหวัด” ประจำปี 2569
October 26, 2026
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ร่วมแสดงความยินดีพนักงาน 47 คน ในโอกาสได้รับการปรับระดับตำแหน่ง
October 26, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569
October 23, 2026