เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ มูลนิธิสัมมาชีพ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ คณะอนุกรรมาธิการการลงทุนและเศรษฐกิจฐานราก ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม นำโดย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ พลเอกวีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล รองประธานอนุกรรมาธิการพร้อมคณะอนุกรรมาธิการ เดินทางศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิสัมมาชีพ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ทำงานขับเคลื่อนเกี่ยวกับการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตรายเล็ก
กลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อมที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงลักษณะการทำงานของมูลนิธิ สรุปสาระการศึกษาดูงานได้ ดังนี้ 1. การก่อกำเนิดของมูลนิธิสัมมาชีพได้ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 10 ปีมาแล้ว มูลนิธิสัมมาชีพมีการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดจากแนวคิดของศาสตร์ตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วสี และรองศาสตร์ตราจารย์ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิสัมมาชีพ โดยการนำจุดแข็งของภาคธุรกิจเอกชนมาเสริมพลังให้เศรษฐกิจชุมชน โดยนำผู้ประกอบการขนาดใหญ่มาร่วมขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. การดำเนินการ เพื่อมุ่งเน้นการทำมาหากินอย่างสุจริตโดยไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด คำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม และคนทำงาน รวมถึงประโยชน์ของผู้บริโภคผู้รับบริการเป็นหลัก และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถบริหารให้เกิดรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมามูลนิธิได้ทำโครงการต่าง ๆ มากมาย เพื่อสร้างแรงผลักดันให้เกิดการเชื่อมชุมชน เชื่อมคน เชื่อมสังคม และเชื่อมรัฐเข้าด้วยกัน จึงเกิดโครงการต่าง ๆ อาทิ 1) โครงการผู้นำ – นำการเปลี่ยนแปลง 2) โครงการสร้างพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร 3) โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้าน 4) โครงการสร้างต้นแบบผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการคัดเลือกและได้รับรางวัลซึ่งเป็น การรับรองความสำเร็จผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย รางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ รางวัล SME ต้นแบบ และรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ รางวัลต้นแบบดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยง ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ สร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน สร้างความรักความสามัคคีให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนรุ่นใหม่กลับคืนสู่ถิ่นเกิด
การขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนจะมีการคัดเลือกชุมชนที่มีการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วจะมีการคัดเลือกขึ้นมาต่อยอด ซึ่งอาจจะยังไม่ครอบคลุมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้งหมด แต่จะพยายามสร้างชุมชนต้นแบบให้มากขึ้น การลงไปต่อยอดพัฒนาชุมชนจะใช้อาสาสมัครที่เข้าใจเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้วไปพัฒนาให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าใจถึงวิธีการพัฒนาอาชีพของตนเอง พื้นที่ที่กำหนดจะเป็นชุมชนที่มีผู้นำที่เข้มแข็งและสามารถต่อยอดการพัฒนาได้ 3. ปัญหาอุปสรรคที่พบเห็นจากการดำเนินการที่วิสาหกิจชุมชนส่วนมากไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณของรัฐที่ลงไปพัฒนา โดยมีวงรอบระยะเวลาเพียง 1 ปี แล้วก็สิ้นสุด ไม่สามารถพัฒนาต่อยอดให้ชุมชนประสบสำเร็จได้ หรือปัญหาของ ผู้นำชุมชน หรือชุมชนบางแห่งยังไม่มีความเข้มแข็ง หรืออาจจะยังไม่มีความพร้อมในการพัฒนา 4.แนวทางในการดำเนินงานในปีต่อไป
คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้บริหารมูลนิธิ และจะได้นำข้อมูลที่ได้ในวันนี้ไปประกอบการศึกษาที่คณะอนุกรรมาธิการดำเนินการอยู่ตามกรอบหน้าที่และอำนาจต่อไป.
ภาพ/ข่าว วุฒิสภา
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
October 27, 2026
October 26, 2026
October 23, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
วุฒิสภาเดินทางศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิสัมมาชีพ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ มูลนิธิสัมมาชีพ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ คณะอนุกรรมาธิการการลงทุนและเศรษฐกิจฐานราก ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม นำโดย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ พลเอกวีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล รองประธานอนุกรรมาธิการพร้อมคณะอนุกรรมาธิการ เดินทางศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิสัมมาชีพ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ทำงานขับเคลื่อนเกี่ยวกับการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ผลิตรายเล็ก
กลุ่มผู้ประกอบการขนาดย่อมที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงลักษณะการทำงานของมูลนิธิ สรุปสาระการศึกษาดูงานได้ ดังนี้
1. การก่อกำเนิดของมูลนิธิสัมมาชีพได้ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 10 ปีมาแล้ว มูลนิธิสัมมาชีพมีการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดจากแนวคิดของศาสตร์ตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วสี และรองศาสตร์ตราจารย์ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิสัมมาชีพ โดยการนำจุดแข็งของภาคธุรกิจเอกชนมาเสริมพลังให้เศรษฐกิจชุมชน โดยนำผู้ประกอบการขนาดใหญ่มาร่วมขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. การดำเนินการ เพื่อมุ่งเน้นการทำมาหากินอย่างสุจริตโดยไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุด คำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคม และคนทำงาน รวมถึงประโยชน์ของผู้บริโภคผู้รับบริการเป็นหลัก และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถบริหารให้เกิดรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ ตลอดระยะเวลา 10 ปี
ที่ผ่านมามูลนิธิได้ทำโครงการต่าง ๆ มากมาย เพื่อสร้างแรงผลักดันให้เกิดการเชื่อมชุมชน เชื่อมคน เชื่อมสังคม และเชื่อมรัฐเข้าด้วยกัน จึงเกิดโครงการต่าง ๆ อาทิ
1) โครงการผู้นำ – นำการเปลี่ยนแปลง
2) โครงการสร้างพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร
3) โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้าน
4) โครงการสร้างต้นแบบผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่น
วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการคัดเลือกและได้รับรางวัลซึ่งเป็น
การรับรองความสำเร็จผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย รางวัลบุคคลต้นแบบสัมมาชีพ รางวัล SME ต้นแบบ และรางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ รางวัลต้นแบบดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยง ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ สร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน สร้างความรักความสามัคคีให้ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้คนรุ่นใหม่กลับคืนสู่ถิ่นเกิด
การขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนจะมีการคัดเลือกชุมชนที่มีการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วจะมีการคัดเลือกขึ้นมาต่อยอด ซึ่งอาจจะยังไม่ครอบคลุมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้งหมด แต่จะพยายามสร้างชุมชนต้นแบบให้มากขึ้น การลงไปต่อยอดพัฒนาชุมชนจะใช้อาสาสมัครที่เข้าใจเรื่องที่ดำเนินการอยู่แล้วไปพัฒนาให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้าใจถึงวิธีการพัฒนาอาชีพของตนเอง พื้นที่ที่กำหนดจะเป็นชุมชนที่มีผู้นำที่เข้มแข็งและสามารถต่อยอดการพัฒนาได้
3. ปัญหาอุปสรรคที่พบเห็นจากการดำเนินการที่วิสาหกิจชุมชนส่วนมากไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณของรัฐที่ลงไปพัฒนา โดยมีวงรอบระยะเวลาเพียง 1 ปี แล้วก็สิ้นสุด ไม่สามารถพัฒนาต่อยอดให้ชุมชนประสบสำเร็จได้ หรือปัญหาของ ผู้นำชุมชน หรือชุมชนบางแห่งยังไม่มีความเข้มแข็ง หรืออาจจะยังไม่มีความพร้อมในการพัฒนา
4.แนวทางในการดำเนินงานในปีต่อไป
คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้บริหารมูลนิธิ และจะได้นำข้อมูลที่ได้ในวันนี้ไปประกอบการศึกษาที่คณะอนุกรรมาธิการดำเนินการอยู่ตามกรอบหน้าที่และอำนาจต่อไป.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้การต้อนรับผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานภาคสงขลา ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะ
October 27, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม คว้ารางวัล “องค์กรส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ระดับจังหวัด” ประจำปี 2569
October 26, 2026
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ร่วมแสดงความยินดีพนักงาน 47 คน ในโอกาสได้รับการปรับระดับตำแหน่ง
October 26, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569
October 23, 2026