‘ปลัดแรงงาน’ กำชับ หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ตราด เร่งตรวจสอบ ติดตาม ช่วยเหลือลูกเรือประมงที่เสียชีวิตจากเหตุเรือประมงอับปางในอ่าวสลัด อ.เกาะกูด จ.ตราด จ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนแก่ทายาท พร้อมเข้มงวดมาตรการความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเรือประมงอับปางในพื้นที่อ่าวสลัด อ.เกาะกูด จ.ตราด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดตราด พบว่า เรือที่อับปาง ชื่อเรือชัยวารี ทะเบียนเรือเลขที่ 162201702 ขนาด 40.92 ตันกรอส ประเภทเรืออวนครอบปลากะตัก มีนายวิฑูรย์ แซ่เจ็ง เป็นเจ้าของ มีลูกเรือทั้งหมด 15 คน เป็นคนไทย 2 คน กัมพูชา 13 คน เรือได้จมลงบริเวณหน้าอ่าวสลัด หาดทรายขาว อ.เกาะกูด จ.ตราด โดยกองทัพเรือภาคที่ 1 ได้ดำเนินการค้นหาเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ ปรากฏว่า ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย เป็นคนไทย 1 ราย คือ นายสุพร แซ่เส็ง อายุ 56 ปี ตำแหน่งช่างเครื่อง ซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าของเรือ และลูกเรือชาวกัมพูชา 2 ราย โดยญาติให้นายจ้างดำเนินการเกี่ยวกับศพและขอนำเถ้าอัฐิกลับประเทศ
นายสุทธิฯ ยังกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงแรงงาน ได้ติดตาม ตรวจสอบ พบว่า นายจ้างไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร และได้ประสานไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง คลองใหญ่ (PIPO) เพื่อติดตามให้นายจ้างมาขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนให้ถูกต้อง เพื่อจะได้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้มีสิทธิ์ โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดตราด ได้ลงพื้นที่ไปพบเจ้าของเรือประมงชัยวารี และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ตามเอกสารสัญญาจ้าง มีลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนจำนวน 3 คน เป็นคนไทย 2 คน กัมพูชา 1 คน โดยที่เหลือเป็นลูกเรือสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตร Border pass จำนวน 12 คน
สำหรับผู้เสียชีวิตจำนวน 3 รายนั้น ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ รายแรก นายสุพร แซ่เจ็ง ได้ค่าทำศพ 33,000 บาท ส่วนสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามให้ผู้มีสิทธิ์มารับประโยชน์ทดแทนต่อไป รายที่ 2 นายบุญไท เกา สัญชาติกัมพูชา ได้รับค่าทำศพ 33,000 บาท ส่วนเงินทดแทนลูกจ้างได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท จะได้รับ 70 % ของค่าจ้างเป็นเงิน 7,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมเงินทดแทน 840,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 873,000 บาทผู้มีสิทธิได้รับ คือ บิดา – มารดา ไม่มีคู่สมรส และ รายที่ 3 นายเนง นี สัญชาติกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับนายจ้าง เพื่อติดตามให้ผู้มีสิทธิ์มารับประโยชน์ทดแทนต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด ยังได้ดำเนินการติดตามประเด็นค่าจ้างค้างจ่าย เพื่อส่งมอบแก่ทาญาติ สำหรับประเด็นกฎหมายความปลอดภัย ตรวจสอบพบว่า ไม่เข้าข่ายเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้มงวดในการตรวจสอบนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำให้นายจ้างใช้แรงงานประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดูแลสวัสดิการลูกจ้างและขึ้นทะเบียนประกันสังคม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานด้วย.
ภาพ/ข่าว ป๋าแหง็ม
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
October 27, 2026
October 26, 2026
October 23, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
กระทรวงแรงงาน เร่งตรวจสอบ จ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทน ช่วยเหลือเหยื่อเรือประมงอับปาง จ.ตราด
‘ปลัดแรงงาน’ กำชับ หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ตราด เร่งตรวจสอบ ติดตาม ช่วยเหลือลูกเรือประมงที่เสียชีวิตจากเหตุเรือประมงอับปางในอ่าวสลัด อ.เกาะกูด จ.ตราด จ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนแก่ทายาท พร้อมเข้มงวดมาตรการความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเรือประมงอับปางในพื้นที่อ่าวสลัด อ.เกาะกูด จ.ตราด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดตราด พบว่า เรือที่อับปาง ชื่อเรือชัยวารี ทะเบียนเรือเลขที่ 162201702 ขนาด 40.92 ตันกรอส ประเภทเรืออวนครอบปลากะตัก มีนายวิฑูรย์ แซ่เจ็ง เป็นเจ้าของ มีลูกเรือทั้งหมด 15 คน เป็นคนไทย 2 คน กัมพูชา 13 คน เรือได้จมลงบริเวณหน้าอ่าวสลัด หาดทรายขาว อ.เกาะกูด จ.ตราด โดยกองทัพเรือภาคที่ 1 ได้ดำเนินการค้นหาเพื่อช่วยเหลือลูกเรือ ปรากฏว่า ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย เป็นคนไทย 1 ราย คือ นายสุพร แซ่เส็ง อายุ 56 ปี ตำแหน่งช่างเครื่อง ซึ่งเป็นพี่ชายของเจ้าของเรือ และลูกเรือชาวกัมพูชา 2 ราย โดยญาติให้นายจ้างดำเนินการเกี่ยวกับศพและขอนำเถ้าอัฐิกลับประเทศ
นายสุทธิฯ ยังกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือของกระทรวงแรงงาน ได้ติดตาม ตรวจสอบ พบว่า นายจ้างไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร และได้ประสานไปยังศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง คลองใหญ่ (PIPO) เพื่อติดตามให้นายจ้างมาขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนให้ถูกต้อง เพื่อจะได้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้มีสิทธิ์ โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดตราด ได้ลงพื้นที่ไปพบเจ้าของเรือประมงชัยวารี และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ตามเอกสารสัญญาจ้าง มีลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนจำนวน 3 คน เป็นคนไทย 2 คน กัมพูชา 1 คน โดยที่เหลือเป็นลูกเรือสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตร Border pass จำนวน 12 คน
สำหรับผู้เสียชีวิตจำนวน 3 รายนั้น ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ รายแรก นายสุพร แซ่เจ็ง ได้ค่าทำศพ 33,000 บาท ส่วนสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามให้ผู้มีสิทธิ์มารับประโยชน์ทดแทนต่อไป รายที่ 2 นายบุญไท เกา สัญชาติกัมพูชา ได้รับค่าทำศพ 33,000 บาท ส่วนเงินทดแทนลูกจ้างได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท จะได้รับ 70 % ของค่าจ้างเป็นเงิน 7,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมเงินทดแทน 840,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 873,000 บาทผู้มีสิทธิได้รับ คือ บิดา – มารดา ไม่มีคู่สมรส และ รายที่ 3 นายเนง นี สัญชาติกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับนายจ้าง เพื่อติดตามให้ผู้มีสิทธิ์มารับประโยชน์ทดแทนต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตราด ยังได้ดำเนินการติดตามประเด็นค่าจ้างค้างจ่าย เพื่อส่งมอบแก่ทาญาติ สำหรับประเด็นกฎหมายความปลอดภัย ตรวจสอบพบว่า ไม่เข้าข่ายเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้มงวดในการตรวจสอบนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำให้นายจ้างใช้แรงงานประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดูแลสวัสดิการลูกจ้างและขึ้นทะเบียนประกันสังคม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานด้วย.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้การต้อนรับผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานภาคสงขลา ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะ
October 27, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม คว้ารางวัล “องค์กรส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมภาคธุรกิจ ระดับจังหวัด” ประจำปี 2569
October 26, 2026
ท่าอากาศยานหาดใหญ่ร่วมแสดงความยินดีพนักงาน 47 คน ในโอกาสได้รับการปรับระดับตำแหน่ง
October 26, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569
October 23, 2026