กรมการจัดหางานเดินหน้าขับเคลื่อน ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ล่าสุดจับดำเนินคดีแล้ว 378 คน ส่งกลับ 211 คน คิดเป็นมูลค่าปรับ กว่า 1,000,000 บาท ย้ำแรงงานต่างด้าวขายสินค้ามีความผิดตามกฎหมาย
นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้ขับเคลื่อนนโยบายตรวจสอบติดตาม กวดขัน การทำงานของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพค้าขายซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ อย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาชีพขายของหน้าร้าน หรือเร่ขายของ เช่น ขายผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย โดยในปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561- 7 พฤษภาคม 2562 กรมการจัดหางานได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 1,229 คน เป็นงานเร่ขายสินค้า จำนวน 701 คน งานขายของหน้าร้าน จำนวน 501 คน และงานอื่นๆ ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย วินมอเตอร์ไซต์ นวดแผนไทย และเสริมสวย จำนวน 27 คน ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 378 คน เป็นสัญชาติเมียนมามากที่สุด จำนวน 126 คน รองลงมาเป็นเวียดนาม 98 คน ลาว 63 คน กัมพูชา 51 คน อินเดีย 34 คน จีน 2 คน และอื่นๆ 4 คน และผลักดันส่งกลับแรงงานแล้ว จำนวน 211 คน คิดเป็นเงินค่าปรับรวม 1,055,000 บาท
นางเพชรรัตน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงาน โดยงานที่ทำต้องไม่ใช่งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท ซึ่งหากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือทำงานผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบ หากพบกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว ป๋าแหง็ม
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
March 15, 2026
March 13, 2026
ชื่อ-สกุล*
อีเมล์*
เว็ปไซต์
แสดงความคิดเห็น
Notify me of follow-up comments by email.
Notify me of new posts by email.
Δ
กรมการจัดหางาน เดินหน้าขับเคลื่อน กวดขันแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ล่าสุดจับดำเนินคดีแล้วเฉียด 400 ราย
กรมการจัดหางานเดินหน้าขับเคลื่อน ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ล่าสุดจับดำเนินคดีแล้ว 378 คน ส่งกลับ 211 คน คิดเป็นมูลค่าปรับ กว่า 1,000,000 บาท ย้ำแรงงานต่างด้าวขายสินค้ามีความผิดตามกฎหมาย
นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้ขับเคลื่อนนโยบายตรวจสอบติดตาม กวดขัน การทำงานของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพค้าขายซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ อย่างใกล้ชิด เพื่อมิให้คนไทยได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาชีพขายของหน้าร้าน หรือเร่ขายของ เช่น ขายผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น เป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย โดยในปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561- 7 พฤษภาคม 2562 กรมการจัดหางานได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 1,229 คน เป็นงานเร่ขายสินค้า จำนวน 701 คน งานขายของหน้าร้าน จำนวน 501 คน และงานอื่นๆ ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย วินมอเตอร์ไซต์ นวดแผนไทย และเสริมสวย จำนวน 27 คน ดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 378 คน เป็นสัญชาติเมียนมามากที่สุด จำนวน 126 คน รองลงมาเป็นเวียดนาม 98 คน ลาว 63 คน กัมพูชา 51 คน อินเดีย 34 คน จีน 2 คน และอื่นๆ 4 คน และผลักดันส่งกลับแรงงานแล้ว จำนวน 211 คน คิดเป็นเงินค่าปรับรวม 1,055,000 บาท
นางเพชรรัตน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงาน โดยงานที่ทำต้องไม่ใช่งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท ซึ่งหากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือทำงานผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบ หากพบกระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
สำนักข่าวบ้านข่าว รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช” รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและพัฒนาท้องถิ่น มรภ.สงขลา พบปะทีมสื่อสารองค์กรและเครือข่ายฯ รับฟังเสียงสะท้อนในการทำงาน
March 15, 2026
สุดเจ๋ง ! นศ. “เกษตร” มรภ.สงขลา คว้า 11 ...
March 15, 2026
โรงไฟฟ้าขนอม จับมือ เกษตรอำเภอขนอม และภาคีเครือข่าย เดินหน้าวางแผนขับเคลื่อนเกษตรกรรมยุคใหม่ มุ่งเป้าเกษตรกรมีคุณภาพ มาตรฐานสากล
March 13, 2026
หาดทิพย์ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจสู่เยาวชนและสังคม
March 13, 2026